คู่แข่งที่น่ากลัวของ YouTube

คู่แข่งที่น่ากลัวของ YouTube

YouTube เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ที่เติบโตขึ้นมาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ยุคใหม่นี้เราได้เห็นการเกิดคู่แข่งที่น่ากลัวที่มีพลังและขีดความสามารถในการแข่งขันกับ YouTube อย่างเป็นทางการ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เว็บไซต์หรือแอพพลิเคชัน แต่เป็นสื่อสังคมและบริการสตรีมที่สามารถเรียกความสนใจและสร้างความติดตามได้อย่างรวดเร็ว นั่นทำให้ยูทูปเริ่มได้รับผลกระทบ แต่จะมีอะไรบ้างที่เป็น คู่แข่งที่น่ากลัวของ YouTube วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับแอพพลิเคชั่นที่สร้างผลกระทบทางรายได้ให้กับยูทูปได้

ยูทูปถือเป็นแพลตฟอร์มในยุคแรกที่บุกเบิกวงการอินเตอร์เน็ตของโลก และยังเป็นตัวกระตุนให้โลกนี้พัฒนาเทคโนยีออนไลน์อีกมากมายอีกด้วย นับได้ว่านี่คือต้นแบบของการสร้างสื่อทั่วโลกเลยทีเดียว

1.Facebook

1.Facebook

เป็นตัวอย่างหนึ่งของคู่แข่งที่เข้ามาแข่งขันกับ YouTube ด้วยการให้บริการFacebook Watch ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการแชร์วิดีโอและเนื้อหาต่าง ๆ ซึ่งเป็นการสร้างความสนใจจากผู้ใช้ Facebook ในการใช้เวลาอยู่ในแพลตฟอร์มของตน ด้วยเหตุนี้ Facebook Watch ได้เริ่มเข้าสู่สถานการณ์การแข่งขันในวงการวิดีโอออนไลน์อย่างเข้มข้น 

Facebook เริ่มต้นโดยมาร์ค ซักเกอร์เบิร์กในปี 2004 ด้วยโปรเจ็กต์ “Facemash” และพัฒนาขึ้นเป็น “TheFacebook” เป็นพื้นฐานของเวอร์ชันปัจจุบัน รายได้หลักของ Facebook มาจากโฆษณา ร้านค้าออนไลน์ ค่าบริการ และการเข้าร่วมตลาดหุ้นในปี 2012 บริษัทยังคงเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีรายได้มากที่สุดในโลกและมีความสามารถในการขยายธุรกิจในอนาคต

2. Twitch หรือ X

2. Twitch หรือ X

เป็นอีกคู่แข่งที่น่าสนใจของ YouTube โดยเฉพาะในด้านเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเกม และการสตรีมสด มีชื่อเสียงในวงการนักเล่นเกมและกลุ่มชาวเกมออนไลน์ ซึ่ง Twitch ได้สร้างชุมชนที่มีความเชื่อมั่นและเป็นที่ยอมรับในวงการนี้ 

Twitch เริ่มต้นในปี 2011 โดย Justin Kan และ Emmett Shear โดยเปิดให้สตรีมเกมออนไลน์ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ในปี 2014 ถูกซื้อโดย Amazon และกลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีรายได้จากโฆษณาและการสมัครสมาชิกผู้ชมช่วยสนับสนุนให้นักเล่นเกม

3.Netflix 

3.Netflix 

เป็นบริษัทที่ให้บริการสตรีมมิ่งวิดีโอออนไลน์แบบสมัครสมาชิก ซึ่งมีเนื้อหาที่มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นคู่แข่งของ YouTube ในด้านเนื้อหาวิดีโอแบบต่อเนื่องและผลงานดราม่า การแข่งขันในด้านนี้อาจส่งผลต่อความสนใจและเวลาที่ผู้ใช้ใช้กับ YouTube ได้

ประวัติของ Netflix เริ่มต้นขึ้นในปี 1997 โดย Reed Hastings และ Marc Randolph โดยเริ่มจากการให้บริการเช่า DVD ผ่านไปรษณีย์ ในภายหลังเมื่อเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเริ่มเจริญเติบโต Netflix ได้เปลี่ยนโมเดลธุรกิจไปเป็นการให้บริการสตรีมมิ่งวิดีโอออนไลน์ในปี 2007 และก่อตั้งสตูดิโอสร้างเนื้อหาของตนเองในปี 2013 โดยเริ่มจากซีรีส์ “House of Cards” และ “Orange Is the New Black”

แหล่งรายได้ของ Netflix มาจากการสมัครสมาชิกใช้บริการ ซึ่งมีแผนราคาต่าง ๆ ตามความต้องการของผู้ใช้ นอกจากนี้ยังมีการสร้างเนื้อหาเฉพาะสำหรับ Netflix Originals ซึ่งเป็นซีรีส์และหนังที่มีลิขสิทธิ์เฉพาะที่สร้างมาเพื่อสมาชิก Netflix นอกจากนี้ยังมีรายได้จากพาร์ทเนอร์ช่วยสร้างเนื้อหา และโฆษณาที่แสดงในแพลตฟอร์มของตน

4.TikTok 

4.TikTok 

เป็นแพลตฟอร์มการแชร์วิดีโอที่เพิ่มความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ที่เยาวชน ซึ่งเป็นคู่แข่งของ YouTube ในด้านการสร้างเนื้อหาสั้น ๆ และวิดีโอคลิป

TikTok เป็นแพลตฟอร์มการแชร์วิดีโอที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2016 โดยบริษัทจีนชื่อ ByteDance โดยเริ่มจากชื่อ Douyin ในตลาดในประเทศจีน ในปีเดียวกันนั้น พวกเขาได้สร้างเวอร์ชันสากลของแอปพลิเคชันดังกล่าว ซึ่งในภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น TikTok เพื่อตอบสนองตลาดระดับโลก

แหล่งรายได้หลักของ TikTok มาจากโฆษณา โดยการให้โฆษณาแบบสปอนเซอร์สำหรับผู้ใช้ นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการขายสินค้าในแอปพลิเคชันผ่านบริการ TikTok Shop และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโฆษณาและสื่อในแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่มีพันธมิตรกับ TikTok

5.Snapchat

5.Snapchat

เป็นแพลตฟอร์มสื่อสังคมที่มีบริการ Discover ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับสื่อและการแชร์เนื้อหามัลติมีเดีย และเป็นคู่แข่งของ YouTube ในด้านการแบ่งปันเนื้อหาเรื่องเดียวกันในรูปแบบที่มีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์และเรื่องราวที่กำลังเป็นที่นิยม

Snapchat เป็นแอพพลิเคชันสื่อสังคมที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2011 โดยมีผู้ก่อตั้งคือ อีแวน สปีก และ โบบี มาร์ค ในช่วงเริ่มต้น มันเป็นโครงการรวมทีมที่ถูกเรียกว่า “Picaboo” ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น Snapchat เมื่อเริ่มให้บริการในสาธารณะในปี 2011

แหล่งรายได้หลักของ Snapchat มาจากการโฆษณา ซึ่งรวมถึงโฆษณาแบบสปอนเซอร์ และการเสนอโฆษณาแบบ Discover ที่เป็นการแบ่งปันเนื้อหามัลติมีเดียในรูปแบบของสื่อและนักสร้างเนื้อหาอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการขายสินค้าในแอพพลิเคชันผ่าน Snapchat Shop และการให้บริการพรีเมี่ยมให้กับผู้ใช้ในรูปแบบเสียเงิน นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการใช้ข้อมูลของผู้ใช้ในการโฆษณาแบบที่กำหนดเอง และการสร้างเนื้อหาสำหรับ Snapchat Originals

คู่แข่งเหล่านี้ไม่เพียงแค่เป็นคู่แข่งของ YouTube ในด้านแพลตฟอร์มเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้เข้าแข่งขันในการสร้างความสนใจและความติดตามในวงการสื่อสังคมออนไลน์ที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว การแข่งขันในวงการนี้อาจจะส่งผลต่อวิธีการที่ผู้ใช้ใช้เวลาในอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มออนไลน์ในอนาคต

สรุป

คู่แข่งที่น่ากลัวของ YouTube นี้ ทำให้เกิดการแข่งขันในตลาดสูง ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ทำไมยูทูปถึงต้องเร่งหามาตรการหารายได้เพื่อเป็นทางรอดของแพลตฟอร์ม เพราะฉะนั้นการยอมเสียเงินเพื่อสนับสนุนสื่อที่เรารักนั้นคือสิ่งที่สมควรอย่างยิ่ง เพราะยูทูปคือแหล่งรวมของยูทูปสายข้อมูลที่แท้จริง

บทความ อาโอวี ROV ล่าสุด

บทความ ฟีฟาย FREEFIRE ล่าสุด