3 เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก แห่งอนาคต

3 เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก แห่งอนาคต

จากวิกฤตกาลที่มนุษย์ต้องเผชิญหน้ากับภาวะโลกร้อน สิ่งที่เรากำลังเร่งช่วยกันอยู่ในตอนนี้คือการรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจากเดิมเพื่อการดำรงค์ชีวิตนั้นง่ายขึ้นอีกทั้งไม่กระทบต่อโลก อย่างเช่นสิ่งที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ก็คือรถไฟฟ้า หรือพลังงาน EV ทว่าสิ่งนี้กลับยังไม่ใช่พลังงานสะอาดร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้เบื้องหน้าจะช่วยลดการใช้พลังงานฟอสซิสแต่เพราะเบื้องหลังการผลิตนั้นยังคงก่อมลพิษอยู่จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องคิดค้นรถยนต์ที่จะมาจากพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง จึงเกิดเป็นพลังงานไฮโดรเจนสีเขียวที่น่าสนใจในอนาคต วันนี้เราจึงจะมาแนะนำ 3 เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก แห่งอนาคต ที่จะถูกนำมาใช้ในเร็ววันนี้

1.ไฮโดรเจนสีเขียวหมายถึง การผลิตไฮโดรเจน (hydrogen) 

1.ไฮโดรเจนสีเขียวหมายถึง การผลิตไฮโดรเจน (hydrogen) 

โดยใช้พลังงานที่มีความเป็นเชื้อเพลิงที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำหรือไม่มีเลย (low or zero greenhouse gas emissions) เป็นวิธีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เนื่องจากไฮโดรเจนสีเขียวสามารถผลิตได้โดยใช้พลังงานจากแหล่งที่มีคุณภาพสูง เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม น้ำ หรือไบโอเมาส์ ทำให้ลดการขึ้นอยู่กับพลังงานที่ผลิตไฮโดรเจนได้ เมื่อใช้พลังงานที่ไม่ใช่จากแหล่งที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น

1.ไฮโดรเจนสีเขียวหมายถึง การผลิตไฮโดรเจน (hydrogen) 

ประโยชน์ของไฮโดรเจนสีเขียวได้แก่

  1. ลดการเปลืองพลังงาน การผลิตไฮโดรเจนสีเขียวมักใช้พลังงานจากแหล่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และลม ทำให้ลดการเสียหายของพลังงานที่มากขึ้นในกระบวนการผลิตไฮโดรเจนเมื่อเทียบกับวิธีการผลิตที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
  2. ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ไฮโดรเจนสีเขียวช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตไฮโดรเจน ซึ่งมีผลทำให้ลดการกระทำสู่การเปลืองพลังงานเชิงบวก
  3. การนำไปใช้งาน ไฮโดรเจนสีเขียวสามารถใช้เป็นพลังงานทดแทนได้หลายๆด้าน เช่น ในการขับเคลื่อนรถยนต์, ในการผลิตไฟฟ้าผ่านเซลล์เชื้อเพลิงเชื้อเพลิงหรือไฮโดรเจน (fuel cells) และในกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานที่สามารถขนส่งไฮโดรเจนไปยังสถานที่ที่ต้องการได้โดยไม่จำเป็นต้องมีพลังงานสูงในการใช้งาน

ปัจจุบันแม้จะมีรถยนต์พลังงานก๊าซยังมีต้นทุนสูง เป็นต้นทุนเรื่องการดัดแปลงในรถยนต์ทั่วไป หากอนาคตต้นทุนนี้ถูกลงก็เชื่อว่าผู้คนจะหันมาให้ความสนใจมากขึ้น

2.อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม (Satellite Internet) 

2.อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม (Satellite Internet) 

คือการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ใช้ดาวเทียมเป็นตัวกลางในการสื่อสารระหว่างผู้ใช้งานกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั่วโลก โดยไม่จำเป็นต้องใช้โครงข่ายสายพานิ่งที่เป็นพื้นที่เดียวกันกับโทรศัพท์สากล การใช้ดาวเทียมในการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตทำให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ได้ผูกมัดกับพื้นที่ที่มีการพัฒนาพื้นฐานการสื่อสารอื่นๆ

ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม

  1. ความเป็นพลเมืองทางการสื่อสาร อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีการพัฒนาพื้นฐานการสื่อสารหรือในทะเลทราย ห่างไกลจากพื้นที่ในการใช้งานสาธารณะอื่นๆ
  2. การเชื่อมต่อในพื้นที่ที่มีการสื่อสารที่ไม่สะดวก อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมเป็นทางเลือกที่ดีในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในพื้นที่ที่มีการพัฒนาพื้นฐานการสื่อสารที่ไม่สะดวก อย่างเช่น ในพื้นที่ที่ไม่มีการเชื่อมต่อในอินเทอร์เน็ตมือถือหรือโทรศัพท์สากล
  3. การใช้งานในท้องถิ่นหรือสถานที่ที่อยู่ไกล สำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำงานในท้องถิ่นห่างไกลหรือที่ตั้งที่ไม่สะดวกในการใช้งานอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมเป็นทางเลือกที่ดีในการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่เสถียรและสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา

ในหลายพื้นที่ของโลกยังคงเป็นจุดบอดของสัญญาณ ดังนั้นการปล่อยสัญญาณจากดาวเทียมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ อีกทั้งยังลดกระบวนการทำงานและเครื่องมือที่ซับซ้อนลง แต่ปัจจุบันค่าใช้จ่ายยังคงสูงอยู่

3.การเรียนรู้เสมือนจริงหรือ Immersive Education 

เป็นแนวทางการศึกษาที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เกมคอมพิวเตอร์ ความเป็นจริงเสมือน (virtual reality) ความเป็นจริงขยาย (augmented reality) และเทคโนโลยีอื่นๆ ในการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีความสมจริงและมีการมุ่งมั่นในการทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีส่วนได้ส่วนเสียในการเรียนรู้

ประโยชน์ของการเรียนรู้เสมือนจริง

  1. เพิ่มความสนใจและสมจริง การใช้เทคโนโลยีที่สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สมจริงช่วยเพิ่มความน่าสนใจในการเรียนรู้ นักเรียนและผู้เรียนสามารถได้รับประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงที่ทำให้เข้าใจเนื้อหาได้มากขึ้น
  2. การเรียนรู้ในสถานการณ์ที่ปลอดภัย การใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงช่วยลดความเสี่ยงในการทำกิจกรรมที่อาจเป็นอันตรายหรือมีความเสี่ยงสูงในการฝึกฝนหรือการเรียนรู้ที่จำเป็น
  3. การสร้างทักษะทางการเรียนรู้ ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ที่ตรงกับภาพการเรียนรู้ในชีวิตจริง ทำให้สามารถพัฒนาทักษะและความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. การทำให้การเรียนรู้มีความเป็นไปได้สูง การใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงช่วยให้สามารถทำให้ประสบการณ์การเรียนรู้มีความเป็นไปได้สูงมากขึ้น โดยการจำลองสถานการณ์และการเรียนรู้ที่ยากลำบากได้
  5. การเปิดโอกาสให้กับการเรียนรู้แบบไม่จำกัดพื้นที่และเวลา ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่จำเป็นต้องเข้าห้องเรียนหรือใช้ทรัพยากรที่จำกัด

เมื่อคุณสามารถเรียนหนังสือได้จากที่บ้าน และไม่ต้องเดินทางไปก็จะช่วยลดภาระการใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายลงได้เป็นจำนวนมาก

สรุป

การเกิดวิกฤตของโลกที่กำลังเป็นอยู่ในตอนี้ได้สร้างความตระหนักให้กับมนุษย์ส่วนใหญ่ ดังนั้นการมาของ 3 เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก แห่งอนาคต ทั้งหมดนี้ยิ่งเกิดขึ้นจริงได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะนอกจากจะช่วยโลกแล้วมันยังประหยัดค่าใช้จ่ายครัวเรือได้อีกจำนวนมหาศาล ดังนั้น เราจึงยังมีหวังที่จะได้กลับมาเห็นโลกสีเขียวที่งดงามและสมบูรณ์อีกครั้งก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

บทความ อาโอวี ROV ล่าสุด

บทความ ฟีฟาย FREEFIRE ล่าสุด